BEOGAMING : ตำนานนักเตะชาวแคมเมอรู ซามูเอล เอโต้ (Samuel Eto’o)

BEOGAMING

BEOGAMING – เอโต้เกิดที่เมืองดูโอร่า ประเทศแคเมอรูน เขาเริ่มต้นกับคันจิสปอร์ต เป็นสโมสรอคาเดมี่เล็กๆ ที่บ้านเกิด แล้วก็ทำผลงานในระดับท้องถิ่น ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเจ้าหนูเอโต้ ใฝฝันอยากเป็นนักฟุตบอล ในยุโรปอย่างมาก เขาลงทุนบินข้ามน้ำข้ามทะเลไป คัดตัวกับสโมสรต่างๆ ในฝรั่งเศสตั้งแต่อายุแค่ 15 ปีเท่านั้นเอง

แต่ในช่วงแรกที่ไป เขาถูกปฏิเสธจากเกือบทุกที่ เนื่องจากเขาเข้ามาในฐานะผู้อพยพ จนกระทั่งวันนึง แมวมองจากสโมสร เรอัลมาดริด ได้แวะมาเจอ เอโต้ซึ่งกำลังคัดตัวอยู่พอดี และก็เร่งเห็นว่าเด็กคนนี้ มีสัญชาตญาณในการยิงประตู ที่เข้าตาเหลือเกิน

BEOGAMING : ประวัติ ซามูเอล เอโต้

จากนั้นเขาจึงได้พาเมียไปอยู่ที่สเปน พร้อมกับจัดแจงเอกสารรวมถึงที่พักต่างๆ ให้เป็นอย่างดีจึงเข้ามาอยู่กับเรอัลมาดริด โดยลงซ้อมกับทีมชุดเบเนเซกุนด้า ก่อนถูกปล่อยยืมไปให้สโมสรอื่นใช้งาน เนื่องจากติดโควต้านักเตะนอกยุโรป โดยในตอนนั้นก็ย้ายไปเล่นกับเลกาเนส เอสปัญญ่อล มายอร์ก้า ก่อนจะถูกสโมสรมาร์ยอกาซื้อขาดไปตอนปี 2000 ด้วยค่าตัวประมาณ 4.4 ล้านปอนด์ และที่มายอร์ก้าเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยตลอดทั้งฤดูกาลหลังจากซื้อขาดมา เอโต้ไม่เคยยิงได้น้อยกว่า 10 ประตูเลยในแต่ละฤดูกาล แถมเขายังพาทีมคว้าแชมป์บอลถ้วยอย่างโกปาเดลเรย์ เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรได้อีกด้วย ในปี 2003

ซึ่งในรายการนี้เขาซัดป 5 ประตู อีกทั่งยังรับบทฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมรอบชิงชนะเลิศอีกด้วย และด้วยฟอร์มอันร้อนแรงระดับนี้แหละ ทำให้ความท้าทายครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็มาถึง เมื่อสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่า คว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2004 ด้วยราคาที่สูงถึง 24 ล้านปอนด์โดยที่เอโต้ เขาได้ฝากผลงานไว้กับทีมมร์ยอการ์ ไว้ที่ 70 ประตู จากการลงเล่น 165 นัด 

เชื่อหรือไม่ว่าาจนถึงทุกวันนี้ เขาก็ยังครองสถิติ เป็นนักเตะมายอก้า ที่ยิงในลาลีกาได้มากที่สุดตลอดกาล และเมื่อเขาย้ายมาอยู่กับบาร์เซโลน่า เอโต้เขาได้พัฒนาฝีตีน ของชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากองค์ประกอบ ทีมของที่นี่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไปทุกตำแหน่ง

ในช่วงปี 2500 ถึง 2006 ฟอร์มถึงจุดพีคจะถึงขนาดยิงได้ 34 ประตูจากทุกรายการเข้า ช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกา กับยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ได้สำเร็จโดยที่ เขายิงประตูในนัดชิงชนะเลิศพูดด้วยการคว้า 2 รางวัลอย่างกองหน้ายอดเยี่ยมประจำปีจากยูฟ่า และดาวซัลโวในลาลีกามาครองได้อีกด้วย

ในเวลาต่อมา เมื่อบาร์เซโลน่าเริ่ม มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ จากแฟรงค์ไรจ์การ์ด มาเป็นเป๊ปกวาดิโอร่า ในปี 2008 แม้ว่าเขามีปัญหาอยู่บ้างในช่วงแรก เนื่องจากเขาเคยถูกมอง ว่าเป็นตัวปัญหาของทีมในช่วงท้ายที่ เป็นแฟรงค์คุมทีมอยู่ สุดท้ายแล้วเขาก็พยายามพิสูจน์ตัวเองจนได้รับความไว้วางใจจากเป๊ป เป็นตัวหลักในแดนหน้าเหมือนเดิม  โดยในปีนั้นเขาเล่นประสาน กับอองรี และMessi อย่างลงตัว โดยเขาซัดไป 36 ประตูจากทุกรายการที่ลงเล่น ก่อนที่เจ้าตัวจะช่วย พาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ได้อย่างยิ่งใหญ่ในปีนั้น และแน่นอนเขายังคงทำประตู ในเกมรอบชิงยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกได้อีกด้วย

อดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง ชาบี้ เฮอนันเดส (ผู้จัดการทีม บาเซโรน่า ในปัจจุบัน) ที่ถือเป็นยอดตำนานกองกลางอย่าง เคยพูดถึงเอโต้เอาไว้ว่า เป็นคนที่เล่นเกมรอบชิงได้ดีเสมอ เขาจะมีความกระหายมากกว่าปกติ 2 เท่าแต่เหนือสิ่งอื่นใดเลย  เขารู้ดีว่าควรไปอยู่ตรงไหนในกรอบเขตโทษเพื่อทำประตู เขามักจะอยู่ตรงที่มีบอลเสมอ ที่เหลือเขาก็แค่ทำสิ่งที่ถนัดที่สุดก็คือการส่งบอลเข้าประตู การที่เจ้าตัวยิงประตูในนัดชิงได้ 2 ครั้งในรอบ 3 ปี ถือเป็นเครื่องยืนยันความยอดเยี่ยมในตัวกองหน้าคนนี้ได้เป็นอย่างดี

Content by BEOGAMING

Make by BEO369